11/6/59

ว่านเศรษฐีเรือนใน

ว่านเศรษฐีเรือนใน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Chlorophytum Comosum
วงศ์ LILIACEAE
ถิ่นกำเนิด แอฟริกาใต้ แสงแดด กึ่งแดด กึ่งร่ม อุณหภูมิ 18–24 องศาเซลเซียส ความชื้น ต้องการความชื้นต่ำ
น้ำ ต้องการน้ำน้อย








เศรษฐีเรือนในเป็นไม้ประดับชนิดแรกๆ ที่ได้รับการเผยแพร่จากองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา ว่ามีคุณสมบัติในการดูดสารพิษภายในอาคารได้เป็นอย่างดี เศรษฐีเรือนในเป็นไม้กอขนาดเล็กที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยปลูกในกระถางแขวนหรือปลูกเป็นพืชคลุมดินก็ได้ ใบมีลักษณะคล้ายใบหญ้า ขอบใบมีสีเขียวยาวตลอดใบ กลางใบเป็นสีขาว ใบมีความยาว 15–30 ซม. โค้งงอลงด้านล่าง






เศรษฐีเรือนในมีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน เมื่อแก่เต็มที่จะมีลำต้นอ่อนแตกออกมาเป็นกิ่ง มีต้นอ่อนเล็กๆ เป็นกระจุกอยู่ตรงปลายของกิ่ง ดูน่ารักดี ฝรั่งจึงเรียกว่า ต้นแมงมุม (Spider Plant) หรือ ต้นเครื่องบิน (Airplane Plant) เนื่องจากเวลาลมพัดต้นอ่อนจะแกว่งไปมาเหมือนเครื่องบิน ต้นอ่อนที่แตกออกมานี้สามารถตัดไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย






เศรษฐีเรือนในเป็นพืชที่ไม่ค่อยคายน้ำเท่าใดนัก แต่มีการดูดสารพิษจากอากาศภายในอาคารได้ดีมากชนิดหนึ่ง
การดูแล ชอบแสงแดดอ่อนๆ ไม่ชอบแสงแดดตรงๆ ไม่ต้องการน้ำมากสัปดาห์ละครั้งก็พอ หรือให้สังเกตจากหน้าดินว่าแห้งเกินไปหรือไม่ ให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกละลายน้ำรด 2 เดือนต่อครั้ง
การปลูก ชอบดินร่วนซุย โดยใช้ดินที่มีส่วนผสม ดินร่วน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน เศษอิฐละเอียด 1 ส่วน
การขยายพันธุ์ โดยการตัดแยกต้นอ่อน
อัตราการคายความชื้น ปานกลาง
อัตราการดูดสารพิษ ปานกลางถึงมาก


ว่านกระชายดำ

ว่านกระชายดำ

ว่านเศรษฐีเรือนนอก

ว่านเศรษฐีเรือนนอก







ชื่อวิทยาศาสตร์

Cholorophytum comosum. (Anthesicum Vittatum)



วงศ์

LILIACEAE


ชื่อสามัญ

Spider Plant

ชื่ออื่นๆ

-

ลักษณะทั่วไป

ว่านเศรษฐีเรือนนอกเป็นไม้กอขนาดเล็ก มีหัวอยู่ใต้ดิน ไม่มีลำต้น ใบแตกกระจายออกเป็นพุ่มอยู่เหนือดิน ใบแกมขนานคล้ายใบตะไคร้ แต่สั้นกว่ามาก มีใบด่างขาว หรือขาวนวลที่ริมใบ ลักษณะอื่นๆ จะเหมือนเศรษฐีเรือนกลางคือ เมื่อใบยาวเต็มที่จะโค้งงอลงดิน เมื่อโตเต็มที่จะมีไหลเหนือดินแตกเป็นต้นใหม่ได้เช่นเดียวกัน



การปลูก

ว่านเศรษฐีเรือนนอกชอบดินร่วนหรือดินปนทราย ซึ่งระบายน้ำได้ดี ให้แดดรำไร หรือปลูกที่ร่มให้ถูกแสงแดดบ้างในบางเวลา รดน้ำปานกลาง

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดจากไหลไปปลูกใหม่

ความเป็นมงคล

นอกจากว่านเศรษฐีเรือนนอกจะมีสรรพคุณในทางคุ้มครองป้องกันภัยแล้ว ยังถือเป็นว่านเสี่ยงทาฐานะหากว่านเจริญงอกงามผู้เลี้ยงก็จะมีฐานะเจริญรุ่งเรืองด้วย

ว่านเสน่ห์ขุนแผน


ว่านเสน่ห์ขุนแผน

ชื่อวิทยาศาสตร์

Calathea majestica M.Kenn. CU.Roseo-Lineata.

วงศ์

MARANTHACEAE

ชื่อสามัญ

-

ชื่ออื่นๆ

ว่านขุนแผน, เสน่ห์ขุนแผน, สามกษัตริย์

ลักษณะทั่วไป

เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกที่มีลำต้นใต้ดิน หัวมีสีเหลืองออกน้ำตาล มีรากใหญ่และแข็งแรง ใบมีลักษณะเป็นใบรีรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือตัดห่อตัวเข้าหาก้านใบ ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย พื้นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน มีลายเส้นริ้วคล้ายก้างปลาพาดทั้งสองข้างของแผ่นใบ เมื่อใบอ่อน เส้นพาดจะมีสีชมพู เมื่อแก่จะจางลงเป็นสีขาว จึงได้ชื่อว่าว่านสามกษัตริย์ ท้องใบมีสีม่วงแดง ลักษณะใบกว้าง แข็งและก้านใบยาว ดอกสีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง มีกาบรองดอกตั้งแต่สองใบขึ้นไปดอกย่อยมี กลีบเลี้ยงไม่เชื่อมติดกันชั้นของกลีบดอกเป็นท่อ แบ่งเป็นกลีบ 2-3 กลีบ โดยมีหนึ่งกลีบที่โค้งงอลง

การปลูก

ปลูกโดยใช้ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดีเป็นดินปลูก เมื่อลงปลูกควรกลบดินให้มิดหน่อที่แยกมาปลูกหรือกลบให้พอมีหัวโผล่ดินบ้าง ปลูกไว้ในที่แสงแดดรำไร รดน้ำสม่ำเสมอแต่อย่าให้น้ำขังแฉะ

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือแง่ง

ความเป็นมงคล

เป็นว่านเสี่ยงทายของเจ้าของว่าน ถ้าว่านเจริญงอกงามดีย่อมหมายถึงว่าเจ้าของว่านเป็นผู้มีความเป็นอยู่เจริญดีมีความสุข และยังเป็นว่านเมตตามหานิยม บรรดานักเลงเจ้าชู้ทั้งหลายพยายามเสาะหาไว้เพราะเป็นว่านมหาเสน่ห์ชนิดหนึ่ง พ่อหม้าย แม่หม้าย หากมีไว้บูชาจักมีผู้เชยชมมิได้ขาด 







ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน

ว่านนางกวัก

ว่านนางกวัก

ว่านง้วงช้าง


ว่านงาช้าง



ชื่อว่าน : ว่านงาช้าง



ชื่อวิทยาศาสตร์ :Sansevieria cylindrica Bojer.



ชื่อวงศ์ : Dracaenaceae



ชื่ออื่นๆ : ว่านงาช้างเขียว, หอกสุรกาฬ, ว่านงาชางลาย, หอกสุรโกฬ

ลักษณะ

ไม้ล้มลุก ลำต้นอยู่ใต้ดิน สูงประมาณ 40-60 ซม. เป็นว่านที่ไม่มีใบ โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินเหมือนงาช้างแทงขึ้นมา หน่อทุกหน่อก็แทงขึ้นมาไม่มีกิ่งก้านสาขา ลักษณะเป็นพุ่ม ว่านนี้มี 2 ชนิด ชนิดหนึ่งมีสีเขียวล้วน อีกชนิดหนึ่งมีสีเขียวแก่ลายดำๆ

ประโยชน์/สรรพคุณ

เป็นยาบำรุงโลหิต ใช้ตำโขลกหรือหั่นเป็นแว่นๆ ผสมกับสุรารับประทานแก้เลือดตีขึ้นในโรคบาดทะยักปากมดลูกในเรือนไฟ จะดองสุราหรือต้มกินก็ได้ น้ำคั้นจากรากใช้เป็นยาเบื่อพยาธิและรักษาริดสีดวงงอกได้ดี โดยใช้รากสด 5-10 กรัมนำมาล้างให้สะอาด โขลกให้ละเอียดอาจผสมเหล้าโรง คั้นเอาแต่น้ำจิบ ผู้ที่มีใบหน้าเป็นสิว ฝ้าหน้าตกกระ จะช่วยฟอกโลหิตให้ใบหน้าหายจากสิวฝ้า เกลี้ยงเกลาผิวพรรณผุดผ่อง เอาใบไปอังไฟแล้วบีบเอาน้ำหยอดหู แก้ปวดในหู หรือคั้นเอาน้ำไปทาผมเป็นยาบำรุงรากเส้นผม ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม เป็นยาสำหรับสตรีกินหลังคลอดบุตร ช่วยขับโลหิตเสีย โลหิตเป็นพิษ ตำผสมเหล้า หั่นเป็นแว่นๆ หรือโขลกกับเหล้าโรง หรือน้ำซาวข้าว หรือต้มดื่ม วันละ 2-3 ครั้ง ปลูกไว้ในบ้านจะช่วยป้องกันภัยทั้งมวลดอกออกจากเหง้าโผล่ขึ้นมาตั้งตรง ดอกสีขาวว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

วิธีปลูก

ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ดินปลูกต้องมีส่วนผสมด้วยเศษอิฐมอญ เศษกระเบื้องทุบละเอียด ดินร่วนและทรายหยาบ ส่วนปุ๋ยเป็นปุ๋ยอินทรีย์ กระถางต้องใหญ่และใช้ทรงเตี้ย รดน้ำอย่าให้ขาดเพราะว่านนี้ต้องการน้ำมาก