แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำนานความเชื่อ กบิลว่าน ตำราว่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำนานความเชื่อ กบิลว่าน ตำราว่าน แสดงบทความทั้งหมด

16/6/59

เงินไหลมา


เงินไหลมา


ชื่อวิทยาศาสตร์ Syngonium podophyllum
วงศ์ ARACEAE
ถิ่นกำเนิด อเมริกากลาง
แสงแดด กึ่งแดดถึงแดดจัด
อุณหภูมิ 16–24 องศาเซลเซียส
ความชื้น ต้องการความชื้นสูง น้ำ ต้องการน้ำมาก
การดูแล เป็นพรรณไม้ที่ชอบแสงแดด หากปลูกภายในอาคารควรให้มีแสงแดดส่องถึงหรือนำออกมาตั้งให้โดนแดดเป็นครั้งคราว เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก และต้องการอากาศที่มีความชื้นสูง ควรใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดใบเพื่อกำจัดฝุ่นและเพิ่มความชื้นให้แก่ใบเป็นประจำ
การปลูก ใช้ปุ๋ยคอก แกลบ ขุยมะพร้าว ดินร่วน อย่างละหนึ่งส่วนผสมดินปลูก เมื่อปลูกแล้วให้ใช้ไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าวปักไว้ตรงกลางกระถางเพื่อเป็นที่ยึดเกาะของราก ให้ปุ๋ยสม่ำเสมอและควรเปลี่ยนกระถางเมื่อมีอายุประมาณ 2-3 ปี
การขยายพันธุ์ วิธีปักชำยอดหรือลำต้น
อัตราการคายความชื้น มาก อัตราการดูดสารพิษ ปานกลางถึงน้อย
เงินไหลมาเป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถายาว มีลำต้นกลมสีเขียว ผิวลำต้นเกลี้ยง มีข้อห่างๆ รากออกตามข้อลำต้น แต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้มอยู่ ใบเป็นใบเดี่ยวออกตามข้อสลับกัน ก้านใบยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ใบมีลักษณะคล้ายใบบอน ปลายใบแหลมโคนใบเว้าลึก หูใบยาว พื้นใบมีสีเขียวและมีสีเหลืองปนอยู่ที่บริเวณเส้นใบเล็กน้อย ดอกออกตรงส่วนยอดลักษณะดอกคล้ายกับดอกของบอน เงินไหลมาควรปลูกในที่ร่มที่มีแสงส่องถึง ต้องการน้ำมากและความชื้นสูง เป็นไม้ประดับที่มีความสามารถในการดูดสารพิษภายในอาคารได้พอสมควร แต่อัตราการคายความชื้นสูงจึงช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่อากาศภายในอาคารบ้านเรือน

15/6/59

อานุภาพแห่งว่านมงคล 108 ชนิด


อานุภาพแห่งว่านมงคล 108 ชนิด
ตามตำราโบราณ

1.ว่านตระกูลกวัก  ซึ่งบันทึกไว้ในตำราสมุดข่อยโบราณ กล่าวไว้ว่ามีอานุภาพทางด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ดีทางโภคทรัพย์ เป็นสิริมงคลต่อผู้ครอบครอง ประกอบด้วย ว่านกวักพระพุทธเจ้าหลวง ว่านกวักนางพญาใหญ่ ว่านกวักนางพญาเล็ก หรือ ว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี ว่านกวักมาคาวดี หรือ ว่านมหาโชค ว่านกวักหงสาวดี ว่านกวักแม่จันทร์ ว่านกวักโพธิ์เงิน ว่านกวักทองใบ ว่านกวักเงิน กวักทอง ว่านกวักเศรษฐีพญาบดินทร์ ว่านกวักนางพญาเผือก โดยเฉพาะว่านกวักนางพญา ถือกันว่า เป็นว่าน ที่มีตระกูลสูงส่งผลทางด้านอำนาจราชศักดิ์ เรียกอีกอย่างว่า ว่านทรงยศ ทรงเกียรติ เป็นสง่าราศีแก่ผู้พบเห็น

2.ว่านตระกูลเสน่ห์จันทร์  ประกอบด้วย เสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์ เสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์แดง เสน่ห์จันทร์เขียว เสน่ห์จันทร์หอม เสน่ห์จันทร์ทอง อานุภาพของว่านตระกูลเสน่ห์จันทร์ จะเด่นทางด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น โบราณใช้ทำนางกวัก ค้าขายดี มีโชคลาภ

3.ว่านตระกูลเศรษฐี เป็นว่านที่บ่งบอกในตัวเอง อานุภาพให้คุณทางด้านลาภผล เงินทอง โบราณกล่าวว่า ผู้ใดได้ครอบครอง จะเจริญด้วยฐานะ บริบูรณ์ ด้วย โภคทรัพย์ ข้าทาสบริวาร จัดเป็นตระกูลว่านที่นิยม อย่างยิ่ง โบราณมักจะนำมาปลูกในกระถางที่มีค่า เช่น กระถางลายคราม  ดังนั้น จึงเป็นว่านตระกูลสูงอีกประเภทหนึ่งมีดังนี้ ว่านเศรษฐีเรือนนอก ว่านเศรษฐีเรือนใน ว่านเศรษฐีขอด (กอบ ทรัพย์) ว่านเศรษฐีด่าง ว่านเศรษฐีมงคล ว่านมหาเศรษฐี ว่านเศรษฐีจีน ว่านเศรษฐีญวน ว่านเศรษฐีแขก ว่านเศรษฐีใบพาย ว่านเศรษฐีใบโพธิ์ ว่านเศรษฐีเรือนใหญ่ ว่านเศรษฐีเรือนแก้ว

4.ว่านโกเมน อานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม มีโชคลาภ

5.ว่านหม่องเล ว่านนี้ตามตำราพม่ากล่าวว่า มีอานุภาพ เรียกเงินเรียกทองเข้าบ้าน เรียกมิตรมาหาร้านค้าขาย ควรมีว่านชนิดนี้ไว้ครอบครอง

6.ว่านไก่กุก อานุภาพทางเสน่ห์เมตตานิยม ซึ่งว่านนี้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ผู้สร้างพระสมเด็จอันลือชื่อก็ได้ใช้ว่านนี้เป็นส่วนผสมในพระสมเด็จวัดระฆังที่ท่านสร้างด้วย

7.ว่านไก่ฟ้าพญาแล อานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม

8.ว่านกำแพงเจ็ดชั้น  มีอานุภาพทางด้านคุ้มครอง ป้องกันภัย กันและแก้ คุณไสยภูตผีปีศาจ สิ่งอัปมงคลทั้งปวงไม่ให้กล้ำกราย

9.ว่านกระแจะจันทร์หงสา มีอานุภาพทางเสน่ห์เมตตา นิยม เป็นที่รัก เมตตาแก่ผู้พบเห็น

10.ว่านคุ้มรจนา มีอานุภาพคุ้มครองปกป้องเคหสถาน บ้านเรือนให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

11.ว่านเครือสาวหลง เป็นว่านพิเศษที่มีลักษณะฝอยๆ ไม่มีลำต้น ไม่มีใบ จะเกาะอยู่ตามต้นไม้ขนาดใหญ่ในป่าลึก มีกลิ่นหอมตลอดเวลา มีอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยมสูงมาก ซึ่งว่านนี้พระเทพรัตนกวี เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุได้ให้พวกที่หาของป่า และนำมาวางขายในวัดช่วงงานประจำปี ไปหามาจากป่าลึกทางภาคเหนือ

12.ว่านเงินไหลมา มีอานุภาพเรียกเงินทองให้เข้ามาสู่เคหะสถาน บ้านเรือน ทั้งยังคุ้มครองปกป้อง เป็นว่านนิยมมากของคนไทย

13.ว่านเงาะถอดรูป มีอิทธิฤทธิ์เมตตามหานิยม เป็นที่รักเมตตาแก่ผู้พบเห็น ดีทางค้าขาย ประดุจเงาะถอดรูป ใครเห็นใครก็รัก แล้วยังมีอานุภาพเรียกลูกค้าเข้ามาสู่ร้านค้าอีกด้วย

14.ว่านช้างพลาย มีอานุภาพทางเมตตามหานิยม เป็นสง่าราศี ขับเสนียดจัญไร ศัตรูหมู่มาร เป็นเดชอำนาจบารมี

15.ว่านช้างดำ มีอานุภาพทางคุ้มครองป้องกัน เสมือนเกราะแก้ว คุ้มกัน และ ป้องกันไฟเวทย์มนต์คาถาทำอันตรายไม่ได้

16.ว่านญาณรังษี มีอานุภาพประดุจพทุธานุภาพแห่งพระพุทธองค์ หัวว่านนี้ มีลักษณะชั้นๆ 3 ชั้น คล้ายพระพุทธรูปประทับนั่งบนรัตนบัลลังก์

17.ว่านถุงเงินถุงทอง มีอานุภาพทางด้านโภคทรัพย์ ประดุจถุงเงินถุงทอง ในเคหะสถานบ้านเรือนดีทางโชคลาภ และป้องกันคุณไสยต่างๆ

18.ว่านทองไหลมา เป็นว่านมงคลคู่กัยว่านเงินไหลมา อานุภาพให้ผู้ครอบครองมีโชคลาภอยู่เป็นนิจ

19.ว่านเทพรำพึง เป็นเอกทางด้านเมตตามหานิยม เป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง

20.ว่านธรรมรักษา เป็นว่านสิริมงคล โน้มน้าวให้ประพฤติปฏิบัติ อยู่ในศีลธรรม ป้งอกันภัยพิบัติ

21.ว่านนางพญาหงษ์ทอง เป็นว่านทางเมตตามหานิยม เจรจาสิ่งใดจะเป็นที่พอใจถูกอัธยาศัยกับผู้ที่พบเห็น

22.ว่านนพมาศ เป็นว่านเก่าแก่ครั้งกรุงสุโขทัย มีอานุภาพป้องกันเสนียจัญไร คุ้มครองป้องกันภัยพิบัติ เป็นสิริมงคล พร้อมพรั่งทางด้านเมตตานิยม เป็นสง่าราศี

23.ว่านนเรศวร เป็นว่านที่ทรงอานุภาพ ด้านมหาอำนาจ ตบะเดชะ เป็นที่ยำเกรงต่อศัตรู หมู่มาร และ คุ้มครองปกป้องเป็นเลิศ

24.ว่านน้ำเต้าทอง เด่นทางเมตตา โชคลาภ ทั้งยังมีคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพัน

25.ว่านปัดตลอด อานุภาพทางด้านแคล้วคลาด ปราศจากอุปสรรค

26.ว่านปัญจเศวตร มีอานุภาพด้านคุ้มครอง ปกป้องเป็นตบะบารมี

27.ว่านประกายเพชร ดีทางโชคลาภ เป็นเสน่ห์มหานิยม เจริญด้วยโภคทรัพย์

28.ว่านพญาหัวเสือ เด่นทางด้านอำนาจราชศักดิ์ เป็นตบะเดชะ นะจังงัง และ คงกระพันชาตรี

29.ว่านพญากาเผือก เป็นว่านที่ดีทางเรียกโชค เรียกลาภ เด่านเป็นสง่า คือ เมตตาหานิยม

30.ว่านเพชรกลับดำ อานุภาพเด่นทางแคล้วคลาด ปกป้องจากสิ่งอัปมงคล ไปที่ใดปราศจากอันตราย และกลับถึงเคหะสถานได้เป็นอัศจรรย์

31.ว่านเพชรหลีก ดีทางแคล้วคลาดจากภยันตราย ศาตราวุธ ทั้งปวง

32.ว่านมหาอุตม์ มีอานุภาพทางด้านคงกระพันชาตรี เป็นว่านเก่าโบราณ

33.ว่านมหาหงษ์แดง เป็นว่านที่มีสิริมงคล คนโบราณมักพกพากับตัวเวลาเข้าหาเจ้านาย ว่ากันว่าเป็นเสน่ห์มหานิยมยิ่งนัก

34.ว่านมงคลชัย เป็นว่านที่มีสิริมงคลตามชื่อว่าน ศัตรูหมู่มารมิอยากเข้าใกล้ ก็ด้วยอานุภาพแห่งชัยมงคลของว่านนี้

35.ว่านวาสนาทางลาย เด่นทางโชคลาภวาสนา เจริญด้วยความสมบูรณ์พูนสุข

36.ว่านแววมยุรา เป็นว่านที่มีสรรพคุณทางเมตตามหานิยม นำโชคลาภเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือนผู้ครอบครอง

37.ว่านสาริกาลิ้นทอง มีอานุภาพทางเมตตามหานิยมโบราณใช้โขลกตำผสมกับสีผึ้งทาปาก เพื่อไปติดต่อเจรจาค้าขาย จะเป็นที่เมตตาและสำเร็จตามปรารถนา

38.ว่านกระทู้เจ็ดแบก เป็นว่านเด่นทางคงกระพันชาตรี นักรบโบราณมักใช้ว่านนี้ในการรพทัพจับศึก

39.ว่านกำบัง มีอานุภาพป้องกันสรรพภัย คุณไสยเวทย์วิทยาคมที่ประสงค์ร้าย และ แคล้วคลาดปราศจากเหตุร้าย

40.ว่านกงจักรพระอินทร์ เป็นว่านดีทางอยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยมเป็นอำนาจป้องปราบ ข้าศึกศัตรู

41.ว่านขมิ้นขาวปัดตลอด ว่านนี้อยู่ที่ใดก็นำความเจริญ มาสู่ที่นั่น ทั้งยังนำโชคลาภความเจริญ ความมีเมตตามหานิยม และความร่มเย็นเป็นสุขมั่งคั่ง สมบูรณ์พูนผล เจริญในหน้าที่การงาน ว่านนี้พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว พระเกจิอาจารย์ ผู้สร้างพระหลวงพ่อทวดเนื้อว่าน อันโด่งดัง กล่าวไว้ว่า ว่านนี่เป็น ?พญาว่าน? มีอานุภาพมาก ท่านเคยนำไปสร้างพระหลวงพ่อทวด เนื้อขมิ้นขาว ปัจจุบันองค์ละหลายหมื่นบาท

42.ว่านค้ำคูณ เป็นว่านดีทางเมตตามหานิยมแก่เคหสถาน บ้านเรือน ค้ำจุนชะตาชีวิต เพิ่มพูนพลัง

43.ว่านเพรชหน้าทั่ง เป็นว่านเสน่ห์มหานิยมและคงกระพันชาตรี

44.จ่าว่าน เป็นว่านอานุภาพสูง มีสรรพคุณคุมกำลังว่านต่างๆ ให้ทรงด้วยอานุภาพ ป้องกันเสนียดจัญไร พิษร้ายต่างๆ

45.ว่านจังงัง เป็นเมตตามหานิยม  เป็นที่รักใคร่เมตตาแก่ศัตรูหมู่มารทำให้ไม่กล้าคิดร้าย อำนาจของว่านจะทำให้ศัตรูเกิดจังงัง

46.ว่านดาบหลวง เป็นว่านที่มีอำนาจป้องกันฟ้าผ่า ป้องกันอันตรายแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม เป็นตบะเดชะและเสน่ห์ มหานิยมแก่ผู้พบเห็น
47.ว่านฤษี ดีทางเสน่ห์มหานิยมยอดเยี่ยม เข้าหาเจ้านายดียิ่งนัก

48.ว่านถอนโมกขศักดิ์ ใช้ดีทางด้านแก้ถอนคุณไสย ยาเบื่อเมาทุกประเภท

49.ว่านเถาวัลย์หลง ดีทางเจรจาพาที เป็นที่เมตตามหานิยม กลับจากโกรธเป็นรักเมตตา เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี

50.ว่านเทพรัญจวน ให้ในทางเมตตามหานิยม เป็นที่รัก เมตตาต่อผู้พบเห็น

51.ว่านนางล้อม เป็นว่านมหามงคล ป้องกันสรรพสัตว์ทั้งปวง และศัตรูหมู่มาร เมื่อเกิดเรื่องราวใด จะได้รับชัยชนะเสมอ52.ว่านนางคุ้ม ป้องกันไฟ และคุ้มกันภยันตรายต่างๆ โบราณกล่าวว่า ว่านนางคุ้มมีไว้คุ้มครองบ้านเรือน เสมือนมีเกราะเพชรไว้ป้องกันภัยถึง 7 ชั้น

53.ว่านปลาไหลม่วง เป็นว่านแก้คุณไสย ลมเพลมพัด กันอัปมงคลต่างๆ

54.ว่านเพ็ชรนารายณ์ เป็นว่านตระกูลสูง มีอำนาจตบะเดชะ เพิ่มพูนบารมีและเจริญด้วยยศถาบรรดาศักดิ์

55.ว่านเพ็ชรกลับ ว่านนี้มีอานุภาพอยู่ยงคงกระพัน เป็นว่านป้องกันการถูกคุณไสยและแก้อาถรรพ์ ป้องกันอุบัติเหตุ เป็นมงคลแก้วคุ้มครองป้องกันทั้งไปและกลับ ปราศจากอันตราย

56.ว่านพัดโบก เป็นว่านมหามงคลสูงพร้อมด้วยเมตตา มหานิยม โบราณว่าว่านนี้อยู่บ้านใดจะได้ลาภมหาศาล นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่บ้านเรือน

57.ว่านไพรปลุกเสก อานุภาพเกิดลาภผล ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังแก้คุณไสย ขับภูติ ผี ปีศาจ

58.ว่านพุทธกัวก ว่านนี้ดีทางเมตตาและทางการค้า เป็นสิริมงคลแก่สถานที่และผู้ครอบครอง

59.ว่านนางพญาห้าร้อย มีสรรพคุณทางเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชน

60.ว่านพญาจงอาง อานุภาพด้านกันงูและสัตว์มีพิษ ตลอดจนสรรพภัยทุกชนิดไม่ให้กล้ำกลาย

61.ว่านพระฉิม เป็นสิริมงคล อุดมด้วยโภคทรัพย์และคงกระพันชาตรี

62.ว่านพะตะบะ ใช้กันภูติ ผี ปีศาจ มีอานภาพสูงมาก วิญญาณต่างๆ จะไม่เข้าใกล้ แต่เทพยดาอารักษ์จะรู้จักว่านชนิดนี้ดี

63.ว่านพรายแก้ว เป็นว่านคงกระพันชาตรี เป็นเสน่ห์มหานิยมสำหรับร้านค้าขาย

64.ว่านมหานิยม ตรงตามชื่อ เป็นเมตตามหานิยม สิริมงคล ต่อผู้ครอบครอง 

65.ว่านแม่ทัพ มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี เพิ่มพูนตบะเดชะ อำนาจบารมี

66.ว่านมหาเมฆ เป็นว่านนิยมมาตั้งแต่โบราณ ดีทางคลกระพันชาตรี เป็นตบะเดชะ

67.ว่านมหาปราบ สรรพคุณดีทางฤทธิ์และอำนาจ อยู่ยงคงกระพัน ป้องกัน ภูติ ผี ปีศาจ ได้ดียิ่งนัก

68.ว่านมรกต ดีทางคงกระพันชาตรี เป็นตบะเดชะ

69.ว่านมหาเสน่ห์ อานุภาพดีทางเสน่ห์มหานิยม เป็นว่านมีอานุภาพชั้นสูง ดึงดูดจิตใจผู้คนใช้ทางค้าขาย มีสรรพคุณเป็นเลิศ

70.ว่านมหาอุดม เป็นว่านมหานิยมสูงมาก เป็นที่รักใคร่ เมตตาแก่ผู้ที่พบเห็น

71.ว่านมหาจักรพรรดิ ใช้ดีทางเมตตามหานิยม มีอิทธิฤทธิ์ทางคุ้มครองเคหสถานบ้านเรือน ป้องกันเสนียดจัญไร อีกชื่อคือ ว่านอรหันต์แปดทิศ

72.ว่านมหากวัก อานุภาพสิริมงคล ส่งเสริมกิจการธุรกิจการค้าและเจริญก้าวหน้า เข้าเจรจากับผู้ใหญ่เป็นที่รักของผู้คนโบราณเอาว่านนี้ แช่น้ำมนต์ประพรมร้านค้า จะค้าขายดีมาก

73.ว่านรางจืดเถา มีอานุภาพทางถอนพิษ ถอนยาสั่งโบราณว่าว่านนี้มีค่า 5,000 ตำลึงทอง ดังนั้นต้องเป็นว่านที่ไม่ธรรมดา

74.ว่านภควัมบดี มีอานุภาพเป็นศรีสง่า สิริมงคลนำโชคลาภบันดาลให้เจริญด้วยโภคทรัพย์ มีความอุดมสมบูรณ์และอยู่เย็นเป็นสุข

75.ว่านศรนารายณ์ มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี และเมตตามหามงคล

76.ว่านสามพันตึง มีอานุภาพทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี ต่อศัตราวุธทั้งปวง

77.ว่านสามกษัตริย์ เป็นเมตตามหานิยมรักใคร่และความเจริญรุ่งเรือง

78.ว่านสาวหลง เป็นว่านที่ทรงคุณค่าทางด้านเมตตามหานิยมอย่างสูงสุด โบราณกล่าวว่า ว่านนี้ไม่เป็นเสนียดจัญไร มีอานุภาพสูงล้ำเกิดเสน่ห์เมตตาเจรจากับใครไม่มีรังเกียจ ทั้งยังเป็นว่านที่ดีทางโภคทรัพย์พกไว้ เงินจะไม่ขาดกระเป๋า  

79.ว่านเหล็กไหล ดีทางด้านคงกระพันชาตรี มีตบะเดชะ

80.ว่านพัดแม่ชี มีอานุภาพสูงทางด้านปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ป้องกันอำนาจคุณไสย และผู้ที่คิดร้าย ว่านี้ใช้ถอนคุณไสยได้

81.ว่านอุมาวดี มีอานุภาพบันดาลให้ประสบโชคลาภ ความร่มเย็นเป็นสุข

82.ว่านกวักพระพรหม เป็นว่านที่มีอานุภาพสูง นำโชคลาภความร่มเย็น เป็นสุขมาสู่เคหสถานบ้านเรือน เจริญรุ่งเรืองและคุ้มครอง ป้องกันภัยอันตรายได้อย่างดีเยี่ยม

83.ว่านกระบี่ทอง มีสรรพคุณทางคงกะพันชาตรี

84.ว่านกุมารทอง มีสรรพคุณทางด้านคงกระพันชาตรี ค้าขายดี มีกำไรเป็นสิริมงคลทั้งยังมีอำนาจ มีเทวดารักษาคุ้มครอง

85.ว่านกาสัก มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ปลอดภัย

86.ว่านกบ เป็นว่านมีเทพรักษา มีอานุภาพทางด้านคงกระพันชาตรี ป้องกัน ไม่ให้ภัยพิบัติมาแผ้วพาล

87.ว่านขมิ้นขาวเสน่ห์ ดีทางด้านเมตตามหานิยม ทั้งยังเป็นเมตตามหานิยม

88.ว่านเขียวพันปี ให้คุณทางด้านเมตตามหานิยม

89.ว่านพระยาค่าง ให้คุณทางด้านคงกระพันชาตรี

90.ว่านเฉลิม ตำราว่านกล่าวว่า ว่านนี้ดีทางเมตตามหานิยม คนเห็นคนรักคนชอบ

91.ว่านเณรแก้ว เป็นเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

92.ว่านรางเงิน เป็นสิริมงคลและเมตตามหานิยมโชคลาภ

93.ว่านรางทอง เป็นสิริมงคลและเมตตามหานิยมโชคลาภ

94.ว่านรางนาค เป็นสิริมงคลและเมตตามหานิยมโชคลาภ

95.ว่านสิทธิโชค เป็นว่านที่มากด้วยสรรพคุณทางเมตตามหานิยม ทำให้ประสบโชคลาภ

96.ว่านแสนนางล้อม เป็นว่านที่มีสิริมงคลและป้องกันอัคคีภัยได้

97.ว่านเสือสามทุ่ง มีอานุภาพทางด้านบารมี ปกป้อง คุ้มครองเป็นตบะเดชะอำนาจ

98.ว่านปู่โสมเฝ้าทรัพย์ มีอำนาจเดชบารมี อยู่ที่ใดมักมีทรัพย์สมบัติมิได้ขาด

99.ว่านแสงอาทิตย์ มีอิทธิฤทธิ์อำนาจ ความร่มเย็นเป็นสุข

100.ว่านสบู่เหล็ก มีสรรพคุณทางคงกระพันชาตรี

101.ว่านหอมดำ เป็นว่านมีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี

102.ว่านหางเสือ มีอานุภาพทางด้านป้องกัน ภูติ ผี ปีศาจ และคุณไสยต่างๆ

103.ว่านพญาหงส์เงิน ดีทางด้านเมตตามหานิยมและเดชอำนาจ

104.ว่านลิ้นกระทิงลาย ดีทางเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี ป้องกันอันตรายจากหมู่มาร

105.ว่านกลิ้งกลางดง มีสรรพคุณทางด้านคงกระพันชาตรี  

106.ว่านสบู่เลือด ดีทางด้านคงกระพันชาตรี โบราณนิยมมาสร้างพระ เช่น พระผงน้ำมัน วัดชนะสงคราม

107.ว่านท้าวชมพู ดีทางคงกระพันชาตรี

108.ว่านชมพูหนังแห้ง ดีทางคงกระพันชาตรีป้องกันศัตราวุธ เป็นว่านที่ดีมาก

ว่านนางกวักมหาเศรษฐี


ว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี
ความเชื่อ : ว่านกวัก นางพญามหาเศรษฐีนับถือกันมาแต่โบราณ ถ้าปลูกไว้หน้าร้าน หน้าบ้าน จะช่วยเรียกทรัพย์ ได้รับโชคอยู่เสมอ ช่วยให้ค้าขายดี มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาด ทำให้กิจการงานเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยสมชื่อ อีกทั้งยังป้องกันภัยพิบัติทั้งปวงได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทุกครั้งที่รดน้ำต้องเสกน้ำด้วยคาถา มิถิยาโน มหาลาโภ โหตุ ภะวันตุเม 3 จบ เสมอ จะเป็นมงคลยิ่งหากว่านออกดอกให้หาผ้าแพรสีขาวผูกรับขวัญรับโชค อธิษฐานตามปรารถนา ผู้เป็นเจ้าของจะสมใจ (แม้บางคนไม่เคยสนใจและใส่ใจก็ประจักษ์ด้วยตนเองมาแล้ว) นับเป็นว่านมงคลนาม ซ้ำยังถูกหลักฮวงจุ้ยด้วย 
ลักษณะของว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี : ลักษณะ หัว ต้น ใบ และดอกของว่านกวักนางพญามหาเศรษฐีคล้ายกับว่านกวักนางพญาใหญ่มาก แต่ถ้าพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้ว จะพบว่าว่านกวักนางพญามหาเศรษฐีนั้น จะมีขนาดของของช่วงลำต้น ก้าน สั้นกว่ากวักนางพญาใหญ่ และใบจะออกกลมๆป้อมๆสั้นๆกว่า จุดตายที่ผมจะแนะนำคือ หูใบของว่านกวักนางพญามหาเศรษฐีจะชิดกว่าทุกว่าน
วิธีปลูกของว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี : ควรปลูกในที่สูง หากปลูกในวันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์ข้างขึ้นจะเป็นมงคลยิ่ง การปลูกจะปลูกด้วยหัวหรือแยกกอก็ได้ โดยนำดินสะอาดมาเผาหรือตากแห้งคลุกกับอิฐหัก ใบก้ามปู เวลาปลูกอย่ากลบดินท่วมหัวว่าน อย่ากดดินแน่น อย่ารดน้ำเยอะ เพราะหัวจะเน่า ก่อนรดน้ำต้องเสกน้ำรดด้วยคาถา มิถิยาโน มหาลาโภ โหตุ ภะวันตุเม 3 จบ  หรือ 9 จบ ทุกครั้ง


14/6/59

กระชายดำ

กระชายดำ
ชื่อว่าน : ว่านกระชายดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Kaempferia parviflora Wall. Ex Baker
ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่นๆ : ว่านจังงัง, ว่านกำบัง, ว่านกำบังภัย, ว่านพญานกยูง, ว่านกั้นบัง
ลักษณะ
ไม้ล้มลุกมีลำต้นเป็นปุ่มปมอยู่ใต้ดิน ลักษณะทั่วไปเหมือนกับกระชาย ต่างกันที่เนื้อในหัวของว่านกระชายดำจะมีสีม่วง เมื่อหัวเริ่มแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงสีดำ มีกลิ่นหอมอ่อน ผิวเปลือกด้านนอกสีเหลือง
ใบเดี่ยวรูปรี แทงก้านขึ้นมาจากหัวใต้ดินสีเขียวสด ปลายใบแหลม ขอบใบหยักตามเส้นใบ ผิวใบเป็นร่องคลื่นตลอดใบตามแนวเส้นใบ โคนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้นไว้ ขอบก้านใบมีสีแดงอ่อนตลอดความยาวก้าน กลางก้านเป็นร่องลึก
ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดบริเวณซอกก้านใบ ดอกย่อยสีขาวแต้มชมพูอ่อน ริมปากดอกมีสีขาว มีใบเลี้ยงที่ช่อดอก กลีบรองกลีบดอกเชื่อมติดกันมีลักษณะเป็นรูปท่อมีขน ดคนเชื่อมติดกันเป็นช่อยาว เกสรตัวผู้จะเหมือนกลีบดอก อับเรณูอยู่ใกล้ปลายท่อ เกสรตัวเมียมีขนาดยาวเล็ก ยอดของมันเป็นรูปปากแตร เกลี้ยงไม่มีขน
ประโยชน์/สรรพคุณ
หัวว่านช่วยเพิ่มกำลังทางเพศและเป็นยาบำรุงกำลัง ใ้ช้เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง เป็นยาเจริญอาหารและบำรุงธาตุ แก้ใจสั่นหวิว แก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก แก้แผลในปาก แก้ฝีอักเสบ แก้กลากเกลื้อน ขับปัสสาวะพิการ แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดมวนในท้อง ท้องเดิน แก้ซางตานขโมยในเด็ก นำหัวว่านมาหั่นเป็นแว่น ตากแดดให้แห้ง บดให้เป็นผงละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นยาลูกกลอน กินเช้าเย็น เป็นยาอายุวัฒนะ ให้คุณค่าทางคงกระพันชาตรี นิยมอมหัวว่าน
แก้กามตายด้าน
หัวกระชายดำสดนำมาดองกับสุราขาว และน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วน กระชายดำ 1กก./เหล้าขาว 3 ขวด / น้ำผึ้งแท้ 1 ขวด ดองทิ้งไว้ 9-15 วัน (3 วันเป็นเหล้า 9 วันเป็นยา) ดื่มวันละ 1-2 เป๊ก จะทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ช่วยลดอาการกามตายด้าน และบำรุงกำหนัด
วิธีปลูก
ดินร่วนซุย ไม่ชอบน้ำท่วมขัง แสงแดดรำไร โดยธรรมชาติกระชายดำชอบขึ้นตามร่มไม้ ในป่าดิบ และป่าเบญพรรณทั่วไป ใช้ส่วนที่เป็นเหง้าหรือหัวในดินที่แก่นำมาปลูก ปลูกในช่่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ค

ว่านสี่ทิศ

ว่านสี่ทิศ

ว่านสี่ทิศ จัดเป็นไม้ดอกประดับชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกกันทั่วโลก เนื่องจากให้ดอกใหญ่ และที่มีหลากสีสวยงาม จัดเป็นไม้ดอกส่งออกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูก และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรมาก
ว่านสี่ทิศ เป็นไม้ดอกไม้ประดับประเภทหัว เป็นพืชล้มลุกนานหลายปี และจัดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูล Amaryllidaceae มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ และทวีปอัฟริกา มีชื่อสกุลแรกเป็น Amaryllis ตั้งโดย Linnacus ในปี ค.ศ.1753 ต่อมามีการผสมว่านสี่ทิศข้ามสายพันธุ์ ระหว่าง African species กับ American species ทำให้มีลักษณะเปลี่ยนไป Herbert จึงเสนอชื่อสกุลเพิ่มอีกเป็น Hippeastrum เมื่อปี ค.ศ. 1821 ดังนั้น ว่านสี่ทิศจึงมีชื่อสกุล 2 ชื่อ ตามถิ่นกำเนิด และลักษณะของก้านช่อดอก คือ สกุล Amaryllis มีถิ่นกำเนิดในแถบอัฟริกาใต้ มีลักษณะก้านช่อดอกตัน ส่วนสกุล Hippeastrum มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ มีลักษณะก้านช่อดอกกลวง แต่ทั่วไปมักใช้ชื่อสกุล Amaryllis มากกว่า ส่วนชื่อสกุล Hippeastrum ยังนิยมใช้บ้างในประเทศเนเธอร์แลนด์ และหลายประเทศในยุโรป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
หัวหรือลำต้น
ว่านสี่ทิศมีหัวเป็นลำต้นใต้ดิน ประกอบด้วยข้อสั้นๆ อัดแน่นอยู่บริเวณส่วนล่างของหัว ที่เรียกว่าฐานหัว (basal plate) หัวด้านบนเป็นแบบ tunicate bulb ประกอบด้วยกาบใบ (scale) หลายอันเชื่อมติดกันเป็นวง (concentric) และเรียงซ้อนกันเป็นชั้น จนมีลักษณะเป็นหัวกลมคล้ายหอมหัวใหญ่ ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บสะสมอาหาร กาบใบชั้นนอกสุดจะแห้งคล้ายเยื่อกระดาษห่อหุ้มรอบหัว ทำหน้าที่ป้องกันการระเหยน้ำของเนื้อเยื่อภายในจากสภาพแวดล้อมภายนอก บริเวณโคนกาบเป็นจุดกำเนิดตา และตาข้างที่เจริญ และพัฒนาเป็นหัวใหม่
หัวว่านสี่ทิศ
ราก
ระบบรากประกอบด้วยรากฝอยจำนวนมาก เจริญออกจากฐานหัว รากมีลักษณะกลมเรียว มีขนาดใกล้เคียงกันทุกราก บริเวณปลายรากแตกกิ่งรากย่อยออกเป็นแขนง รากเมื่ออายุน้อยจะมีสีขาว และเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่ออายุมากขึ้น
ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยว แตกออกเรียงสลับจากกาบใบ (หัว) บริเวณโคนใบโค้งงอเข้าหากันจนถึงกลางใบ ทำให้มองดูคล้ายลำต้น แต่ละใบจะแผ่ออกเป็นแผ่นในช่วงปลายใบ มีรูปร่างเรียวยาว อวบน้ำ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม (acute) รูปทรงคล้ายดาบจีน กลางใบมีเส้นขนาดใหญ่ 1 บริเวณ หัวว่านสี่ทิศ 1 หัว จะมีใบประมาณ 3-10 ใบ สีของใบจะมีสีเขียว ยกเว้นบางพันธุ์ที่มีสีครีมหรือแดงเข้มตามขอบหรือปลายใบ เช่น พันธุ์ดอกสีแดงเข้ม (ใบสีแดง)
ดอก
ดอกออกเป็นช่อ แบบ umbel มีดอกย่อยตั้งแต่ 2 ถึง 15 ดอก ขึ้นอยู่กับชนิด และพันธุ์ ก้านช่อดอก (peduncle) มีสีเขียว ขนาดใหญ่ตั้งตรง ยาว มีลักษณะอวบน้ำ มีทั้งก้านช่อดอกกลวง และตัน  ผิวก้านช่อดอกมีไขเคลือบ ก้านของดอกย่อย (pedicel) จะแตกออกส่วนปลายก้านช่อ มีลักษณะกลมหรือเหลี่ยมเล็กน้อย ขนาดเท่าๆกัน บริเวณโคนก้านของดอกย่อยจะมีกาบรองดอก (bract) เรียกว่า bracteole ดอกตูมจะมีกาบรองดอกสีเขียวหรือสีต่างๆตามพันธุ์คล้ายใบ 2 อัน ห่อหุ้มช่อดอกไว้ ระยะนี้ เรียกว่า spathe valve tres chic
ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยฐานรองดอก (receptacle) และกลีบดอก กลีบดอกเกิดจากการรวมตัวของ sepal และ petal เรียกว่า tepal เชื่อมติดกันเป็นกรวยบริเวณโคนดอก ส่วนปลาย tepal ฉีกแยกจากกันเป็นกลีบ ส่วนโคนที่เป็นกรวยเรียกว่า tepal tube ส่วนปลายที่แยกออกจากกันเป็นกลีบหลายกลีบ เรียกว่า tepal seg รูปร่างกลีบเป็นสามเหลี่ยม สามเหลี่ยมมนหรือทรงเรียวยาวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  สีกลีบดอกมีหลายสี เช่น แดง ส้ม ชมพู ขาว บานเย็น และสีผสมในดอกเดียว ตรงกลางดอกประกอบด้วยเกสรตัวผู้มี 6 อัน ที่ออกจากก้านชูเกสรที่เชื่อมรวมกันบริเวณโคนดอก เกสรตัวผู้มีละอองเกสร (pollen) สีเหลืองจำนวนมาก ส่วนเกสรตัวเมียมี 1 ก้าน ยอดเกสรตัวเมีย (stigma) แยกเป็น 3 แฉก (trifurcate stigma) รังไข่เป็นแบบ inferior ovary มี 3 ช่อง (locule) มีไข่อ่อน (ovule) เกาะติดผนังรังไข่แบบ axile placentation โดยเรียงตัวเป็น 2 แถว ในแต่ละ locule
ผล
ผลเป็นแบบ capsule แบ่งเป็น 3 ส่วน ภายในประกอบเมล็ดมีขนาดใหญ่ และแบน มีสีดำเมื่อแก่จัด
ชนิดว่านสี่ทิศตามสีดอก
1. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีขาวบริสุทธิ์ ครีม และขาวปนเขียว เช่น White Dazzlc (pure whitc), Dazzle (pure whitc) และ Christmas Gift (white)
2. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีแสด ชนิดดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน เช่น Orange Sovercign (pure orangc), Bouquct (salmon) และ Lydia (palc salmao)
 3. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีชมพู ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ชมพูปนม่วง และชมพูปนแดง เช่น Susan (soft pink), Beautiful Lady (pale mandarin red) และ Byjou (soft burnt apricot)
 4. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีแดง แดงสด แดงเข้ม และแดงดำ ได้แก่ Cantate (milky deep red), Dutch Bcllc (opal rose), Ludwig’s Goliath (bright scarlct), Oskar (rich deep red) และ Rcd lion (dark red)
 5. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีเหลือง เป็นว่านสี่ทิศพื้นเมืองในแถบลาตินอเมริกัน
 6. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีม่วงปนน้ำเงิน เป็นว่านสี่ทิศพื้นเมืองที่พบตามหน้าผาแถบทะเลใต้
 7. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีเขียว เป็นว่านสี่ทิศพื้นเมืองในแถบอเมริกากลาง ซึ่งหายากมาก
 8. ว่านสี่ทิศที่มีดอกสีประ และลาย เช่น Apple blossom (white flushed pink), United Nationss (white striped vermilion), Cinderella (orange with white stripc) และ Valentine (white with pink veins) 
นิดว่านสี่ทิศตามสีใบ
 1. กลุ่มว่านสี่ทิศที่มีใบเขียว เป็นว่านสี่ทิศที่มีใบเรียวยาวสีเขียว ออกดอกปีละครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ขณะออกดอกจะไม่มีใบ ดอกขนาดเล็ก รูปทรงของดอกเป็นแบบปากแตรสั้น และมักไม่ติดผลในธรรมชาติ ได้แก่ พันธุ์ดอกสีแดง ครีม ชมพู และส้ม
 2. กลุ่มว่านสี่ทิศที่มีแถบเส้นกลางใบ เป็นว่านสี่ทิศที่มีใบกว้างหนา มีแถบเส้นกลางใบ สีขาว เขียวอ่อน และเขียวปนเหลือง ออกดอกตลอดปี ดอกขนานเล็กถึงกลางรูปทรงของดองเป็นแบบปากแตรยาว กลีบดอกสีพื้นขาวมีร่างแหสีชมพูปนม่วง ชมพูเข้ม หรือชมพูปนส้ม และไม่ติดผลในธรรมชาติ ได้แก่ รางนาค รางเงิน และรางทอง
การเติบโต
 การเติบโตของว่านสี่ทิศ แบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะเติบโตทางดอก (reproductive phase) เป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตของก้านดอก ดอก ผล และเมล็ด
ระยะเติบโตทางใบ (vegetative phase) เป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตของราก หัว และใบ
ระยะพักตัว (dormancy) เป็นระยะพักตัวที่ส่วนต่างๆ ของลำต้นเทียมเหนือดิน และส่วนราก แห้งตาย คงเหลือแต่ส่วนหัวที่ยังมีชีวิตอยู่ใต้ดิน เหมือนพืชตระกูลว่านชนิดอื่น โดยทั่วไปเมื่อถึงช่วงต้นฤดูฝนจะเข้าสู่วงจรเจริญเติบโตของดอกอีกครั้ง แต่บางสายพันธุ์อาจพบการเจริญของช่อดอก และใบในระยะไล่เลี่ยหรือพร้อมกัน
ว่านสี่ทิศ
ว่านสี่ทิศเป็นไม้ดอกประเภทหัวที่มีลักษณะของการเจริญเติบโตเป็นแบบหลายฤดู (herbaceous perennial) วงจรการเจริญเติบโตของว่านสี่ทิศ ถ้าปลูกจากหัวพันธุ์ขนาดใหญ่ที่สามารถให้ดอกได้และเป็นหัวที่หมดระยะพักตัวแล้วจะมีการเจริญเติบโตของช่อดอกขึ้นสู่เหนือดินก่อน ช่อดอกนี้เป็นช่อดอกที่ได้รับการสร้างขึ้นมาในช่วงปลายของระยะการเจริญเติบโตทางใบของต้นแม่ไปจนถึงช่วงที่หัวใหม่มีการพักตัว
ช่อดอกที่แทงออกมาจะเจริญ และพัฒนามาจากตาข้าง (axillary bud) ของกาบใบที่อยู่บริเวณวงที่ 4 ของหัวนับจากใจกลางหัวออกมา ซึ่งอาจเจริญ และพัฒนาได้มากกว่า 1 ช่อดอกในหัวเดียว โดยเฉพาะหัวที่มีขนาดใหญ่ ตาดอกที่เจริญเป็นช่อดอกจะเจริญอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะอยู่ในระยะพักตัวก็ตาม เมื่อหัวมีการเติบโต ช่อดอกจะเริ่มขยายขนาด และยืดตัวเป็นก้านโผล่เหนือดินอย่างรวดเร็ว หลังจากดอกบานจะมีการเจริญเติบโตของใบตามมา
ในขณะที่ใบมีการเติบโตจะมีการเติบโตของหัวใหม่ควบคู่กัน จนกระทั่งเมื่อดอก และใบแห้งตาย และสิ้นสุดการเจริญเติบโต หัวใหม่จึงจะหยุดขยายขนาดเข้าสู่ระยะพักตัวอีกครั้ง 
ว่านสี่ทิศบางสายพันธุ์ไม่มีระยะพักตัว มีการสร้างดอก และใบได้ตลอดปี แต่ว่านสี่ทิศโดยทั่วไปจะมีระยะพักตัวในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม คือ อุณหภูมิประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ภายใน 1 ปี จะเติบโตได้มากถึง 3 ช่วง คือ ออกดอก และเติบโตได้ปีละ 3 ครั้ง
การปลูกว่านสี่ทิศ

การเพาะขยายพันธุ์ นิยมใช้วิธีการขยายพันธุ์ด้วยการตัดแบ่งหัวปักชำหรือใช้เหง้าหัวใหม่ที่แตกออกแบ่งปลูก
1. การตัดแบ่งหัว
การชำหัวว่านสี่ทิศชำหัวว่านสี่ทิศ
การตัดหัวแบ่งเพาะชำจัดเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และให้ผลดีที่สุด ด้วยการผ่าหัวว่านออกเป็นส่วนๆ 4-8 ส่วน ขึ้นอยู่กับขนาดหัว ตามแนวจากล่างจนสุดปลายหัว โดยในส่วนล่างต้องให้มีแขนงรากติดอยู่ทุกส่วนที่แบ่ง การตัดแบ่งให้หันด้านล่างที่มีรากติดขึ้น และตััดแบ่งโดยกะระยะให้มีรากติดทุกส่วน
หลังจากนั้น นำส่วนที่ตัดแบ่งปักชำลงดินในกระถางหรือแปลงเพาะชำที่เตรียมได้จากการผสมดินกับอินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก แกลบ ขี้เถ้า ขุยมะพร้าว
ขั้นตอนการปักชำจะใช้นิ้วหรือพลั่วเล็กตักเปิดหน้าดินลึก 3-5 เซนติเมตร แล้วนำส่วนหัวที่ตัดแบ่งวางลงในร่อง พร้อมกลบเกลี่ยดินกลบ โดยไม่ต้องแน่น หลังจากนั้นทำการรดน้ำเพียงเล็กน้อยพอดินชุ่ม วันละ 1-2 ครั้ง จนหัวมีการเติบโตของใบประมาณ 7-10 สัปดาห์ แล้วจึงแยกปลูกในกระถางเพื่ออนุบาลให้โต
2. การแบ่งหัวย่อย
 เป็นวิธีการแยกหัวย่อยออกจากหัวหลักแล้วนำมาปลูก ซึ่งแต่ละหัวจะมีขนาดแตกต่างกัน หัวหลักที่เติบโตประมาณ 1-2 ปี จะสามารถแตกหัวย่อยได้ 2-3 หัว/ปี แต่อาจพบบางสายพันธุ์ที่แตกหัวย่อยได้มากกว่า 5 หัว/ปี
3. การเพาะเมล็ด
 เป็นการขยายพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ โดยการถ่ายละอองเรณูผลจะแก่ภายใน 30-35 วันเมล็ดมีเปลือกสีดำ ไม่มีการพักตัว ควรนำเมล็ดไปเพาะทันที หรือภายใน 7 วัน ในวัสดุที่มีการระบายน้ำดี และมีความชื้นสม่ำเสมอ เมล็ดจะงอกภายใน 10-14 วันหลังเพาะ และมีการงอกแบบ epigeal germination
วิธีปลูกว่านสี่ทิศ
ว่านสี่ทิศมีหัวเป็นแบบ true bulb เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีระบายน้ำดี เช่น ดินร่วน ดินร่วนปนทราย ที่มีความเป็นกรดเป็นด่าง 6.0-7.0 ในกรณีที่ปลูกเลี้ยงในกระถางควรใช้ดินผสมที่มีอัตราส่วนผสมของ ดิน:ทราย:ขี้เถ้าแกรบ:ปุ๋ยหมัก เท่ากับ 2:1:1:1 โดยปริมาตร ดินผสม 1 ลูกบาศก์เมตรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 กิโลกรัม และปูนขาว ½ กิโลกรัม และรดปุ๋ยเคมีละลายน้ำสูตร 15-15-15 ความเข้มข้น 50 มิลลิกรัมต่อลิตรทุกสัปดาห์ 
ว่านสี่ทิศที่เจริญเติบโตให้ใบได้เดือนละ 1 ใบ และมีใบ 6-12 ใบ ทุกๆ 4 ใบ จะมีตาดอก และจุดกำเนิดหัว การเกิดตาดอกของว่านสี่ทิศขึ้นกับอายุของหัว และขนาดของหัว โดยหัว (bulbet) ที่เกิดจาการเพาะเมล็ด การแยกออกจากหัวและการผ่าหัวจะต้องปลูกเลี้ยงเป็นเวลา 1-2, 2 และ 3 ปี จึงจะออกดอกตามลำดับ ส่วนขนาดของหัวที่มีขนาดเส้นรอบหัว 22-24,24-26 และมากกว่า 26 เซนติเมตร จะมีช่อดอกเฉลี่ย 1,1 ½ และ 2 ช่อต่อหัวต่อปีตามลำดับ
การรักษาตาดอกว่านสี่ทิศไม่ให้ฝ่อในต่างประเทศทำได้ด้วยการขุดหัวที่มีอายุที่สามารถออกดอกได้ นำมาผึ่งหัวให้กาบนอกแห้ง และเก็บหัวที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียสในสภาพมืดประมาณ 8 สัปดาห์ อุณหภูมิ 21-25 องศาเซลเซียส ประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อนำมาปลูกจะแทงช่อดอกในเวลา 2-4 สัปดาห์ ดอกบานหลังปลูก 6-8 สัปดาห์ ส่วนตามบ้านเราใช้วิธีตัดใบออก และนำไปเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 4-10 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ เมื่อนำออกปลูกจะแทงช่อดอกหลังปลูก 2 สัปดาห์ หัวที่มีขนาดโตเต็มที่หรือพร้อมออกดอก สังเกตได้จากเปลือกนอกสุดที่มีแผ่นเยื่อสีดำ หรือสีน้ำตาล
การทำให้ว่านออกดอกนอกฤดู
 การออกดอกของว่านมักสัมพันธุ์กับอุณหภูมิ และความชื้น โดยปกติพืชตระกูลว่านที่มีหัวจะออกดอกหลังระยะพักตัวหลังจากได้น้ำครั้งแรก ดังนั้น การบังคับให้ว่านออกดอกจะใช้วิธีการงดน้ำประมาณ 6-8 สัปดาห์ ก่อนให้น้ำ และให้ปุ๋ยอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังมีการใช้สารเคมีกระตุ้นการออกดอก เช่น สาร Gibberelling (GA)